บอร์ด'ราชนาวี'ยื่นคำขาด'ยุบทีม'หากพบเอี่ยว'ล้มบอล'อีก-'สมยศ'สืบหาผู้กระทำผิดล็อต2!

ข่าวฟุตบอล

หลังจาก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกมาทำให้วงการฟุตบอลไทยสั่นสะเทือนด้วยการแฉขบวนการ “ล้มบอล” โดยล็อตแรกมีผู้กระทำความผิด 12 คนและได้ดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 ไปเรียบร้อยแล้วนั้น

โดยผู้กระทำความผิดล็อตแรกมี 4 นักเตะทีม “ตะหานน้ำ” ราชนาวี ร่วมขบวนการอยู่ด้วยนั้น ล่าสุดมีรายงานจากสโมสรราชนาวีว่า บอร์ดบริหารทีม “ตะหานน้ำ” ได้มีการพูดคุยกับนักเตะในทีมด้วยสถานการณ์ที่ตรึงเครียดกับประเด็นที่ปีที่ผ่านมาหลังมีชื่อ 4 ผู้เล่นในทีมมีเอี่ยวขบวนการล็อคสกอร์ฟุตบอลไทยลีกฤดูกาลที่ผ่านมา โดยบอร์ดบริหารราชนาวี ประกาศกับนักเตะว่า ฤดูกาลหน้าหากยังสืบทราบว่ามีนักเตะในทีมเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องอีก ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม โดยเฉพาะการเป็นตัวตายตัวแทนดำเนินการแทน 4 แข้งที่ถูกลงโทษไป ทีมจะมีมาตรการขั้นเด็ดขาด ส่งตัวดำเนินคดีทางกฏหมายทันที ไม่รอสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ พิจารณา และที่สำคัญบอร์ดบริหารทีมจะสั่งยุบทีมฟุตบอลราชนาวีที่เป็นอีกหนึ่งตำนานของวงการฟุตบอลลีกไทยทันที นับจากปี 2019 เป็นต้นไปด้วย หากทีมมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล้มบอลอีกในฤดูกาลหน้า

ด้าน พล.ต.อ.สมยศ เปิดเผยว่า การจับกุมขบวนการล็อคผลฟุตบอลล็อตที่ 2 ยังไม่คืบ เพราะอยู่ในขั้นกำลังตรวจสอบอย่างหนัก แต่อยากให้สโมสรที่ถูกเชื่อมโยงในล็อตแรก ไม่ว่าจะเป็น นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี, ราชนาวี และศรีสะเกษ เอฟซี ไม่ต้องกลัวโดนแบน เนื่องจากเชื่อมั่นว่าสโมสรไม่ผิดแน่นอน เพราะคงไม่ลดตัวมาทำเรื่องแบบนี้ หลังจากปีๆ หนึ่งเก็บรายได้จากการทำทีมเป็นมหาศาล

''

“เรื่องของการจับกุมผู้กระทำผิดในการล็อคผลการแข่งขันฟุตบอลไทยล็อตสองยังไม่คืบหน้า แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สมาคมฟุตบอล และสปอร์ตเรดาห์ กำลังอยู่ในขั้นตอนที่ตามสืบอยู่ อย่างไรก็ตามสโมสรที่กำลังกังวลว่าทีมจะโดนแบนหรือไม่นั้น ผมเชื่อว่าพวกเขาจะไม่ถูกลงโทษแบนจากสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ แน่นอน เนื่องจากตามความคิดของผมแล้วทีมเหล่านี้ไม่มีความคิดที่จะลดตัวมาทำเรื่องอย่างนี้แน่นอน เพราะรายได้ของสโมสรในแต่ละปีล้วนแต่ได้มากกว่าสิ่งที่ 12 คนในขบวนการล็อคผลบอลล็อตแรกทำนั้น มีมากกว่านี้ เนื่องจากสโมสรจะได้รายรับมาจากการขายบัตรผ่านประตู, ของที่ระลึก และบรรดาผู้สนับสนุนต่างๆ ซึ่งเป็นเม็ดเงินที่มหาศาลอยู่แล้ว ฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าทีมของท่านจะถูกลงโทษแบน” บิ๊กอ๊อดกล่าว

นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯกล่าวต่อว่า ในฤดูกาลหน้ายังคงต้องจับตาและเฝ้าระวังขบวนการ “ล้มบอล” ในวงการฟุตบอลไทยทุกลีกต่อไปเพื่อร่วมกันขจัดอำนาจมืดออกจากการแข่งขันกีฬา หากยังพบว่ามีการกระทำผิดอยู่อีกก็ลงโทษไปตามช่องทางของกฎหมายที่กำหนดไว้ ไม่มีการเจรจาลดหย่อน เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ดีจะทำให้วงการตกต่ำ อยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันเพื่อรักษามาตรฐานลีกฟุตบอลอาชีพของไทยต่อไป

ที่มาของเนื้อหา : https://www.matichon.co.th/news/778097